แผนงานฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาศัลยศาสตร์

2.5 การรับและคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม

        กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลนครพิงค์ ได้มีการกําหนดนโยบาย หลักเกณฑ์และกระบวนการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่โปร่งใสยุติธรรม สามารถตรวจสอบได้โดยจํานวนผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่จะรับจะต้องเป็นไปตามศักยภาพของสถาบันฝึกอบรมนั้นตามข้อกําหนดของราชวิทยาลัยฯ มีการประกาศให้ผู้เข้ารับการคัดเลือกทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึง และมีระบบอุทธรณ์ผลการคัดเลือก

1 คุณสมบัติของผู้รับการฝึกอบรม
ก. ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
    1. ได้รับปริญญาบัตรแพทยศาสตร์บัณฑิตหรือเทียบเท่าที่แพทยสภารับรองได้รับการขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภาแล้ว
    2. เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525
    3. เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี
ข. มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์แพทยสภาในการเข้ารับการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง
ค. ไม่มีความพิการที่เป็นอุปสรรคต่อการฝึกอบรม (อยู่ในดุลยพิจารณาของคณะกรรมการคัดเลือกแพทย์ประจําบ้านในแต่ละปี) โดยอิงตามที่ระบุไว้ในประกาศกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย คุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าศึกษา หลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต ฉบับ พ.ศ. 2559

2 จํานวนผู้เข้ารับการฝึกอบรม
    ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย กําหนดให้สถาบันฝึกอบรม รับผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ ในสัดส่วนปีละ 1 คน ต่ออาจารย์ผู้ให้การฝึกอบรม 2 คน สถาบันฝึกอบรมฯ รับผู้เข้ารับการฝึกอบรมปีละ 3 คน ตามศักยภาพของสถาบัน

3 ทักษะระหว่างบุคคลและการสื่อสาร (Interpersonal and Communication Skills)
    3.1 นําเสนอข้อมูลผู้ป่วย บันทึกรายงานทางการแพทย์และอภิปรายปัญหาผู้ป่วยอย่างมี ประสิทธิภาพ
    3.2 สามารถถ่ายทอดความรู้และทักษะ ให้แพทย์นักศึกษาแพทย์และบุคลากรทางการ แพทย์ได้อย่างเหมาะสม
    3.3 สื่อสารให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยและญาติได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยมีความ เมตตา เคารพการตัดสินใจและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วย
    3.4 มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีทํางานกับผู้ร่วมงานทุกระดับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3 การคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม
3.1 คณะกรรมการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม
    กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลนครพิงค์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมแพทย์ประจําบ้านในทุกครั้งที่มีกระบวนการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม โดยมีประธานคณะกรรมการฝึกอบรมฯเป็นประธานและมีคณะกรรมการคัดเลือกที่เป็นศัลยแพทย์อีกอย่างน้อย 3 คน โดยคณะกรรมการทุกคนควรปฏิบัติงานอยู่ในสถาบันฝึกอบรมฯแบบเต็มเวลา และได้รับวุฒิบัตรศัลยศาสตร์รวมทั้ง ปฏิบัติงานในสาขาศัลยศาสตร์มาแล้วอย่างน้อย 1 ปีเมื่อเสร็จสิ้นการคัดเลือกต้องรายงานผลการคัดเลือกต่อคณะกรรมการหลังปริญญาและผู้อํานวยการโรงพยาบาลหรือผู้ปฏิบัติงานแทนลงนามรับทราบ
3.2 เกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม
    คณะกรรมการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องจัดให้มีเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม โดยใช้ระบบการให้คะแนนการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ทั้งนี้ในเกณฑ์ดังกล่าวควรพิจารณาการให้คะแนนรวมจากอย่างน้อย จาก 2 ส่วน อันได้แก่
    ก.คะแนนรวมจากข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้ารับการฝึกอบรม
    ผลการศึกษาในระดับชั้นแพทยศาสตร์บัณฑิตโดยรวม ผลการศึกษาในระดับชั้นแพทยศาสตร์บัณฑิตในส่วนของเฉพาะวิชาศัลยศาสตร์จํานวนปีที่จบการศึกษามาก่อน ภาระการชดใช้ทุนรัฐบาลการมี/ไม่มีต้นสังกัดของหน่วยงานราชการในการเข้ารับการศึกษาต่อความขาดแคลนของศัลยแพทย์ในบริเวณของต้นสังกัดหน่วยงานรัฐบาล จดหมายแนะนําตัว โดยพิจารณาคะแนนจาก
    1. มี/ไม่มีต้นสังกัด
    2. ประสบการณ์การเป็นแพทย์
    3. ประวัติ/ผลการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิต
    4. หนังสือแนะนําตนเอง
    5. ประสบการณ์ปฏิบัติงานในด้านศัลยกรรม
    ข. คะแนนรวมจากการสอบสัมภาษณ์
    มีเกณฑ์การให้คะแนนตามคุณลักษณะของผู้เข้ารับการคัดเลือกเป็นสัดส่วนชัดเจนและตรวจสอบได้ อาทิเช่นบุคลิกภาพ ท่าทาง การแต่งกาย การแต่งตัว กิริยา มารยาท ความรู้รอบตัว เป็นต้น ทั้งนี้ สถาบันฝึกอบรมฯต้องแจ้งเกณฑ์ดังกล่าวให้ทราบโดยทั่วกันพร้อมกับการประกาศรับสมัครเพื่อคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมในแต่ละปี
    ค. คุณสมบัติอื่นๆที่นํามาใช้ในการพิจารณาคัดเลือก สถาบันฝึกอบรมฯอาจพิจารณาใช้คุณลักษณะอื่นๆเป็นเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก เช่นคะแนนสอบภาษาอังกฤษ คะแนนสอบความรู้พื้นฐาน งานวิจัยทางศัลยกรรมที่เคยตีพิมพ์หรือกลักษณะจําเพาะอื่นที่สอดคล้องกับพันธกิจแล้วแต่ความเหมาะสม
3.3 การประกาศจํานวนผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่ได้รับการคัดเลือก
    คณะกรรมการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะพิจารณาคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม ที่ได้รับการคัดเลือกให้เท่ากับศักยภาพที่ประกาศรับสมัครในแต่ละปีโดยอาจพิจารณาคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม ในลําดับสํารองอีกจํานวนหนึ่งตามที่เห็นสมควร
3.4 การขอตรวจสอบผลการคัดเลือก/การอุทธรณ์ผลการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม
    หลังประกาศผลการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมแล้ว ผู้ที่ไม่ได้การคัดเลือกสามารถร้องขอต่อคณะกรรมการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมของสถาบันฯ นั้นๆ เพื่อขอตรวจสอบคะแนนการคัดเลือกได้แต่ต้องเป็นภายหลังจากการประกาศผล ภายใน 2 สัปดาห์โดยสถาบันฝึกอบรมฯ จะเปิดเผย เฉพาะคะแนนของผู้ที่ร้องขอเท่านั้น ผู้ร้องขอไม่สามารถตรวจสอบคะแนนของผู้เข้ารับการคัดเลือกคนอื่นๆ ได้