กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลนครพิงค์ ได้มีการกําหนดนโยบาย หลักเกณฑ์และกระบวนการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่โปร่งใสยุติธรรม สามารถตรวจสอบได้โดยจํานวนผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่จะรับจะต้องเป็นไปตามศักยภาพของสถาบันฝึกอบรมนั้นตามข้อกําหนดของราชวิทยาลัยฯ มีการประกาศให้ผู้เข้ารับการคัดเลือกทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึง และมีระบบอุทธรณ์ผลการคัดเลือก
1 คุณสมบัติของผู้รับการฝึกอบรม
ก. ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1. ได้รับปริญญาบัตรแพทยศาสตร์บัณฑิตหรือเทียบเท่าที่แพทยสภารับรองได้รับการขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภาแล้ว
2. เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525
3. เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี
ข. มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์แพทยสภาในการเข้ารับการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง
ค. ไม่มีความพิการที่เป็นอุปสรรคต่อการฝึกอบรม (อยู่ในดุลยพิจารณาของคณะกรรมการคัดเลือกแพทย์ประจําบ้านในแต่ละปี) โดยอิงตามที่ระบุไว้ในประกาศกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย คุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าศึกษา หลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต ฉบับ พ.ศ. 2559
2 จํานวนผู้เข้ารับการฝึกอบรม
ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย กําหนดให้สถาบันฝึกอบรม รับผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ ในสัดส่วนปีละ 1 คน ต่ออาจารย์ผู้ให้การฝึกอบรม 2 คน สถาบันฝึกอบรมฯ รับผู้เข้ารับการฝึกอบรมปีละ 3 คน ตามศักยภาพของสถาบัน
3 ทักษะระหว่างบุคคลและการสื่อสาร (Interpersonal and Communication Skills)
3.1 นําเสนอข้อมูลผู้ป่วย บันทึกรายงานทางการแพทย์และอภิปรายปัญหาผู้ป่วยอย่างมี
ประสิทธิภาพ
3.2 สามารถถ่ายทอดความรู้และทักษะ ให้แพทย์นักศึกษาแพทย์และบุคลากรทางการ
แพทย์ได้อย่างเหมาะสม
3.3 สื่อสารให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยและญาติได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยมีความ
เมตตา เคารพการตัดสินใจและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วย
3.4 มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีทํางานกับผู้ร่วมงานทุกระดับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3 การคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม
3.1 คณะกรรมการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม
กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลนครพิงค์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมแพทย์ประจําบ้านในทุกครั้งที่มีกระบวนการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม โดยมีประธานคณะกรรมการฝึกอบรมฯเป็นประธานและมีคณะกรรมการคัดเลือกที่เป็นศัลยแพทย์อีกอย่างน้อย 3 คน โดยคณะกรรมการทุกคนควรปฏิบัติงานอยู่ในสถาบันฝึกอบรมฯแบบเต็มเวลา และได้รับวุฒิบัตรศัลยศาสตร์รวมทั้ง ปฏิบัติงานในสาขาศัลยศาสตร์มาแล้วอย่างน้อย 1 ปีเมื่อเสร็จสิ้นการคัดเลือกต้องรายงานผลการคัดเลือกต่อคณะกรรมการหลังปริญญาและผู้อํานวยการโรงพยาบาลหรือผู้ปฏิบัติงานแทนลงนามรับทราบ
3.2 เกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม
คณะกรรมการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องจัดให้มีเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม โดยใช้ระบบการให้คะแนนการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ทั้งนี้ในเกณฑ์ดังกล่าวควรพิจารณาการให้คะแนนรวมจากอย่างน้อย จาก 2 ส่วน อันได้แก่
ก.คะแนนรวมจากข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้ารับการฝึกอบรม
ผลการศึกษาในระดับชั้นแพทยศาสตร์บัณฑิตโดยรวม ผลการศึกษาในระดับชั้นแพทยศาสตร์บัณฑิตในส่วนของเฉพาะวิชาศัลยศาสตร์จํานวนปีที่จบการศึกษามาก่อน ภาระการชดใช้ทุนรัฐบาลการมี/ไม่มีต้นสังกัดของหน่วยงานราชการในการเข้ารับการศึกษาต่อความขาดแคลนของศัลยแพทย์ในบริเวณของต้นสังกัดหน่วยงานรัฐบาล จดหมายแนะนําตัว โดยพิจารณาคะแนนจาก
1. มี/ไม่มีต้นสังกัด
2. ประสบการณ์การเป็นแพทย์
3. ประวัติ/ผลการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิต
4. หนังสือแนะนําตนเอง
5. ประสบการณ์ปฏิบัติงานในด้านศัลยกรรม
ข. คะแนนรวมจากการสอบสัมภาษณ์
มีเกณฑ์การให้คะแนนตามคุณลักษณะของผู้เข้ารับการคัดเลือกเป็นสัดส่วนชัดเจนและตรวจสอบได้ อาทิเช่นบุคลิกภาพ ท่าทาง การแต่งกาย การแต่งตัว กิริยา มารยาท ความรู้รอบตัว เป็นต้น ทั้งนี้ สถาบันฝึกอบรมฯต้องแจ้งเกณฑ์ดังกล่าวให้ทราบโดยทั่วกันพร้อมกับการประกาศรับสมัครเพื่อคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมในแต่ละปี
ค. คุณสมบัติอื่นๆที่นํามาใช้ในการพิจารณาคัดเลือก
สถาบันฝึกอบรมฯอาจพิจารณาใช้คุณลักษณะอื่นๆเป็นเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก เช่นคะแนนสอบภาษาอังกฤษ คะแนนสอบความรู้พื้นฐาน งานวิจัยทางศัลยกรรมที่เคยตีพิมพ์หรือกลักษณะจําเพาะอื่นที่สอดคล้องกับพันธกิจแล้วแต่ความเหมาะสม
3.3 การประกาศจํานวนผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่ได้รับการคัดเลือก
คณะกรรมการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะพิจารณาคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม ที่ได้รับการคัดเลือกให้เท่ากับศักยภาพที่ประกาศรับสมัครในแต่ละปีโดยอาจพิจารณาคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม ในลําดับสํารองอีกจํานวนหนึ่งตามที่เห็นสมควร
3.4 การขอตรวจสอบผลการคัดเลือก/การอุทธรณ์ผลการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม
หลังประกาศผลการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมแล้ว ผู้ที่ไม่ได้การคัดเลือกสามารถร้องขอต่อคณะกรรมการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมของสถาบันฯ นั้นๆ เพื่อขอตรวจสอบคะแนนการคัดเลือกได้แต่ต้องเป็นภายหลังจากการประกาศผล ภายใน 2 สัปดาห์โดยสถาบันฝึกอบรมฯ จะเปิดเผย เฉพาะคะแนนของผู้ที่ร้องขอเท่านั้น ผู้ร้องขอไม่สามารถตรวจสอบคะแนนของผู้เข้ารับการคัดเลือกคนอื่นๆ ได้